วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

ประสบการณ์จัดฟัน

        คนรุ่นผมหากย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว สิ่งหนึ่งที่ฮิตกันมากๆและก็ยังคงฮิตกันอยู่ในปัจจุบัน นั้นก็คือการจัดฟัน แต่ก่อนแถวบ้านผมซึ่งก็อยู่ต่างจังหวัด เด็กผู้หญิงที่จัดฟันจะเป็นคนที่ดูน่ารักมาก จนมีคำฮิต กล่าวถึงสเปคของสาวที่เป็นที่นิยมในสมัยนั้นก็คือ ขาวสวยหมวยเอ็กฟันเหล็กนมโต ต่อมาความนิยมในการจัดฟันก็เป็นที่แพร่หลาย ไม่ว่าจะผู้ชายหรือผู้หญิงก็จัดฟันกัน การจัดฟันก็มีทั้งการจัดจริงเพื่อให้คนที่ฟันไม่ได้รูป นั้นกลับมาเข้ารูปอีกครั้งหนึ่ง  และก็การจัดฟันแบบแฟชั่น อันนี้ไม่ได้มีการเปลี่ยนรูปร่างหรือการจัดเรียงตัวของฟันแต่อย่างใด เป็นเพียงการใส่เหล็กเข้าไปที่ฟันของเราเพื่อให้มีผลด้านความสวยงามเท่านั้นเอง giving forward
        ตอนเด็กผมก็มีความคิดอยากที่จะจัดฟันเหมือนกันเพราะว่าฟันของผมก็มีการจัดเรียงที่ไม่ได้รูปเหมือนกัน แต่ว่าหากจะจัดก็สงสารทางบ้านเพราะว่าการจัดฟันแบบจริงๆนั้นจะใช้เงินมากพอสมควร หลัก 2-3 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งผมมองว่ามันยังไม่ได้จำเป็นมากมายขนาดนั้น เพราะทุกวันก็ยังสามารถใช้ชีวิตได้ปรกติ giving forward
        แต่หลังจากที่จบมาและก็ทำงานมีเงินเป็นของตัวเองแล้วความคิดในการจัดฟันนั้นก็กลับมาหาผมอีกครั้งหนึ่ง ผมเลือกไปจัดจากคลินิกจัดฟัน ที่มีคนรู้จักเคยไปใช้บริการแล้วๆเขาก็ยืนยันว่าบริการดี และเมื่อจัดแล้วฟันก็เข้ารูปจริงๆ ก็ลองไปปรึกษาคุณหมอ ดู เขาก็ตีราคาในการจัดฟันครั้งนี้ไว้ที่ 4 หมื่นบาท โดยจ่ายก็ต่อเมื่อไปหาคุณหมอในแต่ละเดือนห้าครั้งแรกหรือว่าห้าเดือนแรกจะจ่ายครั้งละ สองพันบาท ส่วนครั้งต่อๆไปจะจ่ายครั้งละ 1 พันบาท  โดยคุณหมอนั้นให้เลือกได้ว่าจะถอนฟันไหม ซึ่งความแตกต่างระหว่างการถอนฟันและไม่ถอนฟันนั้นก็คือ หากว่าถอนฟัน ฟันจะเข้ารูปได้ดีกว่าเพราะว่าเขามีพื้นที่ในการขยับนั้นเอง เพื่อผลที่จะออกมาได้ดีกว่าผมก็เลือกที่จะถอนฟันออกไปทั้งหมด 4 ซี่ด้วยกัน
        และทุกเดือนก็ต้องไปหาคุณหมอ หลังจากที่ไปพบหมอ ในแต่ละเดือนแล้ว กลับมาบ้านก็จะปวดฟันอยู่ประมาณ 4-5 วันแล้วก็เป็นปรกติ และเป็นอย่างนี้เรื่อยมา อีกอย่างก็คือเมื่อจัดฟันแล้วจะต้องพก ไม้จิ้มฟันตลอดเวลาเพราะว่า ฟันห่างกันทำให้เศษอาหารนั้นสามารถเข้าไปติดยังร่องฟันได้
        ตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างของการจัดฟัน ซึ่งไม่รู้ว่าหลังจากที่จัดฟันออกมาเรียบร้อยแล้วจะเป็นยังไงปัญหาการติดฟันของเศษอาหารนั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ แต่สิ่งที่สังเกตได้อย่างชัดเจนนั้นก็คือผมจะเป็นคนกรามใหญ่มาตั้งแต่เด็กเพราะเป็นคนอีสาน แต่พอจัดฟันแล้วปรากฏว่ากรามนั้นเล็กลง อันนี้ก็คือประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวเองจริงๆก็คิดว่าจะช่วยเป็นข้อมูลในการตัดสินใจได้สำหรับคนที่กำลังคิดที่จะไปจัดฟัน


#S7Content

วันจันทร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2560

คนสมัยนี้มีโรคประจำตัวกันเยอะ



        ที่บ้านของผมจะมียายเฒ่าคนหนึ่งแกอายุมากแล้วเกือบจะแปดสิบปีแล้ว อย่างอื่นแกก็แข็งแรงดีมีอย่างหนึ่งที่ทำให้แกต้องไปโรงพยาบาลเป็นประจำนั้นก็คือแกเป็นโรคเบาหวาน ผมก็ต้องคอยพาแกไปหาหมอทุกๆเดือน  โดยพอถึงเวลาที่ต้องไปตรวจโรคและรับยาเบาหวานประจำเดือนนั้นแกก็จะออกตื่นเต้นมากทั้งนอนไม่หลับและก็เตรียมตัวตั้งแต่เช้า แรกตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่อไปโรงพยาบาลเพื่อยื่นบัตรคิวให้ได้คิวแรก แต่ว่ากว่าจะได้ตรวจจริงๆนั้นก็คือประมาณสองโมงกว่าๆเพราะว่ากว่าหมอจะมา หลังๆดีหน่อยไปสายได้เพราะว่าเพื่อนที่เป็นโรคเบาหวานเหมือนกันนั้นมีลูกสาวมาทำงานเป็นพยาบาลอยู่ที่โรงพยาบาลที่ยายต้องไปหาหมอเป็นประจำ ดังนั้นตอนเย็นก่อนจะถึงวันที่ต้องไปตรวจเบาหวาน ก็จะเอาบัตรประจำตัวไปฝากไว้กับพยาบาลคนนั้น เขาก็จะเอาบัตรไปยื่นไว้ให้ก่อน แล้วตัวยายก็ค่อยไปประมาณหนึ่งโมงเช้า  ผมก็สงสัยว่าทำไหมผมคิดเรื่องนี้ไม่ได้ตั้งนาน ต้องไปรอตั้งแต่ตีสี่ตีห้าอยู่เป็นปีเหมือนกัน  PP Inter Solution
        สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นจากการที่ผมต้องพายายไปหาหมอประจำๆนั้นก็คือคนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานนั้นเยอะมากๆ ทั้งคนอายุมากๆบางคนก็อายุยังไม่เยอะเท่าไหร่ก็เป็นเหมือนกัน โดยส่วนตัวก็กลัวเหมือนกันว่าตัวเองแกตัวไปจะต้องเป็นโรคเหล่านี้เพราะได้ยินมาว่ามันเป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ได้ด้วย เพราะว่าพ่อผมก็เป็นเบาหวานเหมือนกันแต่ว่าแกเลือกที่จะไม่ไปหาหมอ สงสัยไม่ชอบรอ แกใช้วิธีซื้อยามากิน และก็ออก กำลังกายและควบคุมน้ำหนัก  แล้วก็ไปตรวจระดับน้ำตาลในเลือด กับอนามัยใกล้ๆบ้านเอา ซึ่งก็ได้ผลของแกนะครับ เพราะว่าระดับน้ำตาลของแกก็อยู่ในเกรณ์ปรกติ เรื่อยมา ตอนนี้ถึงผมจะยังไม่เป็นโรคเบาหวานผมก็เริ่มที่จะดูแลตัวเองมากขึ้นทั้งการออกกำลังกายและเรื่องของอาหาร ก็เลือกที่จะกินของดีๆต่อสุขภาพ จากเมื่อก่อนนั้นเวลาที่จะกินอะไรสักอย่างก็จะเลือกกินของที่อร่อยๆเป็นหลัก ผมเชื่อว่าเราสามารถหลีกเลี่ยงโรคเบาหวานได้ถ้าเราดูแลร่างกายของเราให้ดีๆ  PP Inter Solution
        เพราะว่าส่วนหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันนั้นเป็นโรคเบาหวานกันเพิ่มมากขึ้นนั้นก็เพราะว่า รูปแบบการใช้ชีวิตที่จะต้องเร่งรีบขึ้นมา ทำให้การกินก็ต้องกินแบบเร่งรีบไปด้วยเราจึงเลือกกินอาหารที่เร็วแต่ว่าในความเร็วนั้นก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลย ทั้งอาหารที่มีรสหวานมากๆ หรือว่ามันมากๆ ก็เป็นต้นเหตุของโรคเบาหวานได้เช่นเดียวกัน

#S7content

วันเสาร์ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2560

โซเชียวมีเดียเป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็ก?

    ครั้งที่แล้วผมได้บอกเล่าไปแล้วว่าผมไปเจอพฤติกรรมการใช้โซเชียวเน็ตเวิร์กในทางที่ไม่ดีของเด็กๆวัยรุ่นในสมัยนี้ ซึ่งกล้าที่จะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่ไม่ดีของตัวเองให้คนทั่วๆไปได้รู้กันโดยการโพสผ่านโลกโซเชียว ครั้งแรกผมก็มองว่ามันอาจจะเป็นพฤติกรรมของเด็กที่เป็นมาแต่ก่อนอยู่แล้วซึ่งต้องยอมรับว่าสังคมของเรานั้นมันมีความหลากหลายมาก อาจจะเป็นพฤติกรรมที่พวกเขานั้นทำอยู่เป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว และมันพึ่งที่จะเปิดเผยออกมาในยุคที่การเชื่อมต่อสื่อสารระหว่างกันนั้นสามารถทำได้ง่ายๆเท่านั้นเอง ซึ่งหากเราคิดในแง่มุมนี้เราจะไม่สามารถที่แก้ไขปัญหาอะไรได้เลยเพราะว่าเราจะรู้สึกว่าปัญหานั้นมันไม่สามารถแก้ไขได้เพราะมันเกิดขึ้นมาจากสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ แต่สิ่งที่เราเห็นมันเป็นแค่ภาพที่พวกเขาทำกันอยู่แล้วเป็นเรื่องปรกติธรรมดา แต่เราไม่เคยที่จะไปรับรู้มันเท่านั้นเอง pageqq
แต่แล้วความคิดของผมก็เปลี่ยนผมคิดว่าเด็กดื้อหรือว่าเด็กที่มีพฤติกรรมไปในทางที่ไม่ดีนั้นมันมีอยู่ทุกพื้นที่อยู่แล้วเด็กบางคนดื้นเพียงคนเดียวดื้อแบบเงียบๆเพราะว่าเขาก็ยังเครารพในกฏระเบียบของสังคมที่เขานั้นอาศัยอยู่ เขาจึ่งละอายต่อสิ่งที่ตัวเองทำอยู่บ้าง ถึงทำเรื่องที่ไม่ดีก็ไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่เมื่อการสื่อสารผ่านโซเชียวมีเดียนั้นสามารถที่จะทำได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นมันก็ทำให้เด็กบางคนโพสเรื่องราวที่ไม่ดีของตัวเองลงโซเชียวเน็ตเวิร์ก และมันก็เกิดการกระตุ้นให้คนอื่นๆนั้นทำตามและคิดว่าสิ่งที่พวกเขาได้เห็นนั้นเป็นเรื่องที่ดีงาม ยกตัวเช่น การกินเหล้าสูบบุหรี่ หรือว่าการทะเลาะวิวาทกัน รวมถึงเรื่องของการชู้สาวด้วย ที่บางพื้นที่การมีกิ๊กหลายๆคนเป็นสิ่งที่ทำให้เท่ห์ หรือว่ามีความเจ๋งในกลุ่มเพื่อนของตัวเองได้ และเมื่อเกิดพฤติกรรมการลอกเลียนแบบมากๆเข้าก็ทำให้เด็กบางคนที่ยังไม่มีความสามารถในการแยกเยอะระหว่างเรื่องที่ดีกับเรื่องที่ไม่ดี นั้นหลงคิดว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นในโซเชียวเน็ตเวิร์กนั้นมันเป็นเรื่องทีดี และเกิดการกระจ่ายต่อไปเรื่อยๆ ทำให้สังคมของเราเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ
    ผมอยากให้ทางการมีการจัดตั้งองค์กรขึ้นมาสักองค์กรหนึ่งที่ทำหน้าที่คอยตรวจสอบสิ่งที่เหล่าๆเด็กๆวัยรุ่นนั้นโพสหรือว่าแสดงออกทางโลกโซเชียวเน็ตเวิร์ก หากว่าเด็กคนใดที่แสดงทัศนะคติที่ไม่ดีออกมาก็มีการติดต่อและนำตัวมาปรับทัศนะคติทั้งตัวของเด็กเองและก็รวมถึงผู้ปกครองด้วย การสื่อสารเรื่องราวที่ไม่ดีก็จะลดลงทำให้สังคมของเรานั้นน่าอยู่เพิ่มมากยิ่งขึ้นครับ pageqq